รู้จักสิว สิวมีกี่ประเภท สิวแบบนี้เรียกว่าอะไรกันนะ มารู้จักสิวกัน
คำแนะนำเร่งด่วน หากกำลังเผชิญกับสิวอักเสบ บวม แดง เจ็บ หรือมือซนอยากบีบสิวในขณะนี้
- หยุดการบีบ เค้น เจาะ หรือกดสิวด้วยตัวเองเด็ดขาด โดยเฉพาะสิวที่ไม่มีหัว การบีบเค้นจะทำให้ผนังรูขุมขนแตกใต้ชั้นผิว ส่งผลให้แบคทีเรียและหนองแพร่กระจายลึกเข้าสู่ชั้นหนังแท้ กลายเป็นการอักเสบรุนแรงและทิ้งหลุมสิวถาวร
- ประคบเย็นเพื่อระงับการอักเสบ ใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งหรือเจลเย็นประคบเบาๆ บริเวณตุ่มสิวที่บวมแดง 5 ถึง 10 นาที เพื่อช่วยลดอุณหภูมิผิว ชะลอการไหลเวียนเลือด และบรรเทาอาการปวดบวม
- แต้มยาเฉพาะจุดและปกป้องแผล ใช้ยาลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Benzoyl Peroxide เจือจาง หรือติดแผ่นแปะสิวทางการแพทย์ (Hydrocolloid Dressing) เพื่อดูดซับของเหลวและป้องกันสิ่งสกปรกภายนอก
หลังจากระงับอาการเฉียบพลันแล้ว สามารถอ่านรายละเอียดด้านล่างเพื่อจำแนกประเภทสิวและเลือกวิธีดูแลรักษาที่ตรงจุด
สิว (Acne Vulgaris) เป็นโรคผิวหนังเรื้อรังที่พบได้บ่อยที่สุดในทุกเพศทุกวัย หลายคนมักเข้าใจว่าสิวทุกเม็ดมีลักษณะเหมือนกันและสามารถรักษาด้วยวิธีเดียวกันได้ แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ สิวแต่ละประเภทมีกลไกการก่อตัว ความลึกในชั้นโครงสร้างผิว และการตอบสนองต่อการรักษาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
การสังเกตและจำแนกประเภทสิวได้อย่างแม่นยำจึงเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุด เพราะจะช่วยให้เราเลือกใช้ยาทา ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแนวทางเวชปฏิบัติได้อย่างตรงจุด ช่วยตัดวงจรสิวไม่ให้ลุกลาม และป้องกันไม่ให้ผิวเกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวถาวรในอนาคต
สิวเกิดจากอะไร และกระบวนการก่อตัวของคอมีโดน (Comedogenesis)
จุดเริ่มต้นของสิวเกือบทุกชนิดเกิดจากการก่อตัวของ คอมีโดน (Comedone) ซึ่งเป็นก้อนอุดตันในท่อรูขุมขน โดยมีกระบวนการทางพยาธิสรีรวิทยา 4 ขั้นตอนหลักที่เกิดขึ้นร่วมกัน
- 1. การผลิตน้ำมันส่วนเกิน (Excess Sebum Production) ต่อมไขมัน (Sebaceous Glands) ถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgens) หรือปัจจัยแวดล้อม ทำให้ผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวมากเกินความสมดุล
- 2. การผลัดเซลล์ผิวที่ผิดปกติในท่อรูขุมขน (Follicular Hyperkeratinization) เซลล์เคราตินชั้นขี้ไคลที่หลุดลอกไม่สมบูรณ์จะจับตัวรวมกับน้ำมัน เกิดเป็นก้อนอุดตันขนาดจิ๋วที่เรียกว่า Microcomedone ซึ่งใช้เวลาก่อตัวอยู่ใต้ผิวหนังประมาณ 2 ถึง 3 สัปดาห์ก่อนจะดันนูนขึ้นมา
- 3. การเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียก่อสิว (Cutibacterium acnes Colonization) เมื่อรูขุมขนอุดตันและขาดออกซิเจน เชื้อแบคทีเรียประจำถิ่น C. acnes จะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว โดยใช้น้ำมันจากต่อมไขมันเป็นอาหารหลัก
- 4. การกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบ (Inflammatory Cascade) แบคทีเรียจะหลั่งเอนไซม์และสารเคมีกระตุ้นให้เม็ดเลือดขาวเข้ามาทำลายเชื้อ ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว เกิดเป็นตุ่มแดง บวม หนอง และความเจ็บปวด
ปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้สิวเรื้อรังและรักษาไม่หาย
- การใช้เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวที่มีสารอุดตันรูขุมขน (Comedogenic Ingredients) เช่น แว็กซ์ น้ำมันแร่ หรือซิลิโคนหนาแน่น
- การล้างหน้าบ่อยเกินไปหรือการขัดถูรุนแรง ทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ถูกทำลายและกระตุ้นการผลิตน้ำมันชดเชย
- ความเครียดสะสมและการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol)
- การสัมผัส เสียดสี หรือบีบแกะผิวหน้าซ้ำๆ (Acne Mechanica) ส่งผลให้เชื้อแบคทีเรียลุกลามเข้าสู่เนื้อเยื่อชั้นลึก
สิวมีกี่ประเภท แผนผังจำแนกสิวตามระดับความรุนแรง
ในทางการแพทย์ สิวถูกจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ตามการมีหรือไม่มีปฏิกิริยาการอักเสบของเนื้อเยื่อ
- กลุ่มสิวไม่อักเสบ (Non-inflammatory Acne) เป็นการอุดตันของท่อไขมันที่ยังไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียหรือการรวมตัวของเม็ดเลือดขาว รอยโรคจะไม่บวมแดง ไม่ปวด ประกอบด้วย สิวหัวดำ สิวหัวขาว และสิวเสี้ยน
- กลุ่มสิวอักเสบ (Inflammatory Acne) เกิดขึ้นเมื่อแบคทีเรีย C. acnes กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาอักเสบ รอยโรคจะมีสีแดง รู้สึกเจ็บ บวม หรือมีหนอง ประกอบด้วย สิวตุ่มนูนแดง สิวหัวหนอง สิวอักเสบก้อนลึก (สิวไต) และสิวหัวช้าง (สิวซีสต์)
เจาะลึกลักษณะสิวแต่ละประเภท สาเหตุ และแนวทางดูแล
เพื่อช่วยให้คุณสามารถประเมินรอยโรคบนผิวหน้าได้อย่างถูกต้อง นี่คือรายละเอียดของสิวแต่ละชนิดพร้อมภาพประกอบทางการแพทย์
1. สิวหัวดำ
Blackheads / Open Comedones
สิวอุดตันหัวเปิด มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแบนขนาดเล็ก มองเห็นจุดสีดำหรือสีน้ำตาลตรงกลางรูขุมขน จุดสีดำไม่ได้เกิดจากฝุ่นละอองหรือความสกปรก แต่เกิดจากน้ำมัน (Sebum) และเคราตินสัมผัสกับออกซิเจนในอากาศจนเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Oxidation) เปลี่ยนเป็นสีเข้ม พบบ่อยบริเวณทีโซน (จมูก หน้าผาก คาง)
การดูแลที่แนะนำ แต้มยาทาละลายหัวสิวอุดตันใต้ผิว เช่น AD Cream (Adapalene / Comedolytic Medical Formula) บางๆ ก่อนนอนเพื่อสลายสิ่งอุดตันในท่อรูขุมขน ควบคู่กับการใช้ Bio Skin Vita B Serum เพื่อกระชับรูขุมขนและเติมน้ำลึก หรือกดออกโดยผู้ชำนาญการเมื่อหัวเปิด
ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการใช้แหนบหรือนิ้วมือบีบขูดอย่างรุนแรง เพราะจะทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นและเกิดการอักเสบ
2. สิวหัวขาว
Whiteheads / Closed Comedones
สิวอุดตันหัวปิด มีลักษณะเป็นตุ่มนูนสีขาวหรือสีเนื้อ ขนาดประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิเมตร อยู่ใต้ผิวหนัง เกิดจากน้ำมันและเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วสะสมตัวในรูขุมขนที่ไม่มีรูเปิดสัมผัสกับอากาศ จึงไม่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน สิวชนิดนี้เป็นจุดตั้งต้นที่พร้อมจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้ตลอดเวลาหากถูกกระตุ้น
การดูแลที่แนะนำ แต้มตัวยาละลายหัวสิวอุดตันสูตรคลินิก AD Cream เฉพาะจุดสิวก่อนนอน เพื่อช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วในท่อรูขุมขน ป้องกันไม่ให้พัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ ร่วมกับทา Bio Skin Vita B Serum ทั่วใบหน้าเพื่อสมานเยื่อบุผิวและป้องกันผิวแห้งลอก
ข้อควรระวัง ห้ามบีบหรือเค้นเด็ดขาด เพราะไม่มีรูเปิด การบีบจะดันสิ่งอุดตันให้แตกเข้าสู่ชั้นหนังแท้จนกลายเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่
3. สิวเสี้ยนและสิวอุดตันรูขุมขน
Trichostasis Spinulosa & Microcomedones
มีลักษณะเป็นเสี้ยนสีขาวหรือจุดดำเล็กๆ กระจุกตัวอยู่ตามรูขุมขน โดยเฉพาะบริเวณจมูก ข้างแก้ม และคาง ทางการแพทย์มักพบว่าเป็นภาวะกระจุกขนอ่อน (Trichostasis Spinulosa) ที่มีขนเส้นเล็กหลายเส้นถูกกักขังรวมอยู่กับก้อนเคราตินในรูขุมขนเดียวกัน ทำให้ผิวรู้สึกสากเมื่อสัมผัส
การดูแลที่แนะนำ ทำความสะอาดผิวด้วยคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยน pH 5.5 และบำรุงด้วย Bio Skin Vita B Whitening Serum ที่มี Allantoin และ Niacinamide ช่วยกระชับรูขุมขน คุมความมันส่วนเกิน และลดความสากของผิวอย่างอ่อนโยน
ข้อควรระวัง งดการใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนที่ดึงกระชากผิวอย่างรุนแรงเป็นประจำ เพราะทำให้รูขุมขนขยายกว้างและเกราะผิวระคายเคือง
4. สิวตุ่มนูนแดง
Papules
สิวอักเสบระยะเริ่มต้น มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งสีแดง ขนาดไม่เกิน 5 มิลลิเมตร สัมผัสแล้วรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ยังมองไม่เห็นหัวหนองสีขาว เกิดจากแบคทีเรีย C. acnes เพิ่มจำนวนในรูขุมขนจนผนังเซลล์เริ่มปริแตก เม็ดเลือดขาวจึงเข้ามาต่อต้านทำให้เกิดการอักเสบและบวมแดงขึ้นมา
การดูแลที่แนะนำ ทาเจลต้านเชื้อและระงับการอักเสบสูตรผสานตัวยา CM Gel (Clindamycin 2% + Metronidazole 2%) บางๆ บริเวณตุ่มแดงทันที เพื่อสยบเชื้อแบคทีเรีย C. acnes และหยุดยั้งไม่ให้พัฒนาไปเป็นสิวหัวหนอง พร้อมทา Bio Skin Serum เพื่อลดรอยแดง
ข้อควรระวัง ห้ามพยายามสะกิดหรือเค้นเพื่อหาหัวสิว เพราะไม่มีหัวหนองให้กด การเค้นจะทำให้รอยแดงกลายเป็นรอยดำลึก
5. สิวหัวหนอง
Pustules
พัฒนาต่อเนื่องมาจากสิวตุ่มแดง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงที่มีจุดหนองสีขาวหรือสีเหลืองอยู่ตรงกลางยอดตุ่ม เกิดจากการสะสมตัวของเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายแล้วร่วมกับแบคทีเรียและของเหลวจากการอักเสบ ผิวรอบๆ มักมีอาการบวมแดงและรู้สึกปวดตึงเมื่อขยับใบหน้า
การดูแลที่แนะนำ ซับผิวด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ แล้วแต้ม CM Gel (Clindamycin 2% + Metronidazole 2%) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและระงับการอักเสบของหนอง ร่วมกับ Bio Skin Serum เพื่อสมานผิวและป้องกันรอยดำลึกหลังสิวยุบ
ข้อควรระวัง การบีบหนองออกเองโดยไม่ถูกวิธีและไม่มีเครื่องมือปลอดเชื้อ จะทำให้เชื้อโรคกระจายตัวและเกิดรอยหลุมสิว
6. สิวอักเสบก้อนลึก (สิวไต)
Nodules / Nodular Acne
สิวอักเสบชนิดรุนแรง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงขนาดใหญ่เกิน 5 มิลลิเมตร เนื้อแน่นแข็งเป็นก้อนไตอยู่ลึกใต้ชั้นผิวหนัง ไม่มีหัวสิวให้มองเห็น มีอาการปวดตุบๆ อย่างมาก เกิดจากผนังรูขุมขนแตกลึกในชั้นหนังแท้ ทำให้การอักเสบลุกลามทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงเป็นวงกว้าง
การดูแลที่แนะนำ ยาทาทั่วไปซึมไม่ถึงโพรงอักเสบลึก ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังทันทีเพื่อรับการรักษาตรงจุดด้วยยารับประทาน หรือการทำหัตถการระงับการอักเสบและฉายแสง Phototherapy ที่คลินิก เพื่อป้องกันการเกิดหลุมสิวถาวร
ข้อควรระวัง ห้ามบีบอย่างเด็ดขาด เพราะสิวชนิดนี้มีความเสี่ยงสูงสุดที่จะกลายเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่และแผลเป็นนูน
7. สิวหัวช้างและสิวซีสต์
Cysts / Cystic Acne
เป็นสิวระดับรุนแรงที่สุด มีลักษณะเป็นโพรงหนองขนาดใหญ่ใต้ชั้นผิวหนัง สัมผัสแล้วรู้สึกนุ่มเหลวหรือหยุ่นๆ คล้ายถุงน้ำ ภายในเต็มไปด้วยหนอง เลือด และของเหลวจากการอักเสบ มักเกิดจากสิวอักเสบหลายตุ่มรวมตัวกันจนทำลายโครงสร้างคอลลาเจนใต้ผิว เกิดความเจ็บปวดตลอดเวลาแม้ไม่สัมผัส
การดูแลที่แนะนำ ต้องได้รับการรักษาโดยแพทย์ผิวหนังเท่านั้น โดยแพทย์จะระบายหนองด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ควบคู่กับแสงบำบัด Phototherapy และการจ่ายยาควบคุมการอักเสบระดับลึก ห้ามบีบเองเด็ดขาด
ข้อควรระวัง การปล่อยทิ้งไว้หรือรักษาผิดวิธีจะทำให้เกิดแผลเป็นผังผืด หลุมสิวถาวรระดับลึก (Ice Pick / Boxcar Scar) ที่รักษายาก
ตารางเปรียบเทียบสิวแต่ละประเภท ลักษณะ สาเหตุ และแนวทางรับมือ
สรุปภาพรวมเพื่อช่วยให้คุณแยกแยะความแตกต่างและเลือกวิธีดูแลได้อย่างปลอดภัย
สามารถเลื่อนซ้าย-ขวาเพื่อดูตารางฉบับเต็ม
| ประเภทสิว | ลักษณะที่สังเกตได้ | ความลึกและระดับการอักเสบ | การกด/บีบสิว | แนวทางดูแลรักษาเบื้องต้น | ความเสี่ยงหลุมสิว |
|---|---|---|---|---|---|
| สิวหัวดำ (Blackheads) | ตุ่มนูนแบน มีจุดสีดำตรงกลางรูขุมขน | ผิวชั้นบน / ไม่อักเสบ | กดออกได้เมื่อหัวเปิด โดยใช้อุปกรณ์ปลอดเชื้อ | แต้ม AD Cream ก่อนนอนสลายอุดตัน + Bio Skin Serum เติมน้ำ | ต่ำมาก (หากไม่ขูดขีดรุนแรง) |
| สิวหัวขาว (Whiteheads) | ตุ่มนูนสีขาวหรือสีเนื้อ ไม่มีรูเปิด | ผิวชั้นบน / ไม่อักเสบ | ห้ามบีบเอง (ไม่มีรูเปิด จะอักเสบ) | แต้ม AD Cream เฉพาะจุดสลายคอมีโดน + Bio Skin Serum สมานผิว | ต่ำ (หากไม่พัฒนากลายเป็นสิวอักเสบ) |
| สิวเสี้ยน (Comedone) | เสี้ยนขาวหรือจุดดำเล็กๆ ผิวสากมือ | รูขุมขนชั้นตื้น / ไม่อักเสบ | หลีกเลี่ยงการกระชากแรงๆ | ล้างหน้าอ่อนโยน + บำรุงด้วย Bio Skin Serum คุมมันกระชับรูขุมขน | ต่ำ |
| สิวตุ่มแดง (Papule) | ตุ่มแดงนูน ไม่มีหัวหนอง เจ็บเมื่อสัมผัส | ชั้นหนังกำพร้าถึงหนังแท้ส่วนบน / อักเสบปานกลาง | ห้ามกดหรือบีบเด็ดขาด | ทา CM Gel ดับการอักเสบและฆ่าเชื้อ + Bio Skin Serum ลดรอยแดง | ปานกลาง (อาจทิ้งรอยแดง/รอยดำ) |
| สิวหัวหนอง (Pustule) | ตุ่มแดงที่มีจุดหนองสีขาวเหลืองตรงยอด | ชั้นหนังแท้ส่วนบน / อักเสบปานกลาง | ห้ามบีบเอง เสี่ยงติดเชื้อลุกลาม | ซับน้ำเกลือ + แต้ม CM Gel ยุบหนองสมานแผล + Bio Skin Serum ป้องกันรอยดำ | ปานกลางถึงสูง |
| สิวไต (Nodule) | ตุ่มแดงใหญ่ เนื้อแน่นแข็งใต้ผิว ปวดมาก | ชั้นหนังแท้ส่วนลึก / อักเสบรุนแรง | ห้ามบีบเด็ดขาด ยิ่งบีบยิ่งฝังลึก | พบแพทย์ผิวหนังเพื่อตรวจรักษา / ฉายแสงบำบัดระงับการอักเสบ | สูงมาก (เสี่ยงเกิดหลุมสิว) |
| สิวหัวช้าง (Cyst) | โพรงหนองขนาดใหญ่ ถุงน้ำนุ่มหยุ่น ปวดตึง | ชั้นหนังแท้ส่วนลึกและใต้ผิวหนัง / รุนแรงที่สุด | ห้ามบีบเด็ดขาด ผนังใต้ผิวจะฉีกขาด | พบแพทย์ผิวหนังทันทีเพื่อระบายหนองปลอดเชื้อ + ฉายแสงบำบัดและจ่ายยาลึก | สูงที่สุด (ทำลายคอลลาเจนลึก) |
ไม่แน่ใจว่าสิวที่เป็นอยู่คือประเภทไหน หรือเป็นสิวหลายประเภทผสมกัน?
คนส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นสิวประเภทเดียวบนใบหน้า และการรักษาผิดประเภท เช่น นำสิวอักเสบไปบีบ หรือใช้ยาผิดชนิด อาจทำให้ผิวพังและเกิดหลุมสิวถาวร หากต้องการความมั่นใจ สามารถถ่ายภาพผิวหน้าในแสงธรรมชาติ ส่งให้ทีมแพทย์ เจยัง คลินิก ช่วยจำแนกประเภทสิวและแนะนำการใช้ยาที่ตรงจุดให้ฟรีทาง LINE
มาตรฐานการประเมินเพื่อความสบายใจของคุณ
- ส่งภาพถ่ายในบริเวณที่มีแสงธรรมชาติ เพื่อให้แพทย์มองเห็นลักษณะและระดับการอักเสบของรอยโรคอย่างชัดเจน
- ข้อมูลและภาพถ่ายทั้งหมดได้รับการดูแลตามมาตรฐานความลับทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ทุกการปรึกษาไม่มีการโทรติดตามเพื่อเสนอขายคอร์ส ให้คำปรึกษาเฉพาะแนวทางดูแลที่เหมาะสมตามสภาพผิวจริง
ชุดปฐมพยาบาลสิวตรงจุดตามประเภทและกู้เกราะผิว 3 สเต็ป (Acne Clearing & Recovery Protocol)
ออกแบบโดยทีมแพทย์เพื่อสยบสิวอักเสบ เคลียร์สิวอุดตัน และฟื้นฟูเยื่อบุผิวครบวงจรในเซ็ตเดียว ไม่ต้องลองผิดลองถูก
CM Gel
เจลต้านเชื้อสิวและระงับการอักเสบสูตรดับเบิ้ลแอคชั่น ช่วยลดตุ่มหนอง ยุบสิวอักเสบ และบรรเทาสิวผดผื่นแดงคันอย่างรวดเร็ว
AD Cream
ครีมละลายหัวสิวอุดตันใต้ผิว ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน สลายคอมีโดนตัดวงจรการเกิดสิวใหม่ซ้ำซาก
Bio Skin Vita B Serum
เซรั่มกู้ผิวเข้มข้นนำเข้าจากเกาหลี ปลอบประโลมเยื่อบุผิว เติมน้ำลึก ป้องกันผิวแห้งลอกจากยาสิว และลดเลือนรอยสิว
ตารางการใช้งานประจำวัน (Daily Medical Protocol)
ตอนเช้า ล้างหน้าอ่อนโยน > ทา CM Gel บางๆ บริเวณสิว/ผื่นแดง > ทา Bio Skin Serum ทั่วใบหน้าเพื่อสมานผิวและเติมน้ำลึก > ทากันแดดสูตรอ่อนโยน
ก่อนนอน ล้างหน้าและซับให้แห้งสนิท > แต้ม AD Cream บางๆ เฉพาะจุดสิวอุดตัน (รอ 3-5 นาที) > ทา CM Gel บริเวณสิวอักเสบ > ทา Bio Skin Serum ทั่วใบหน้าเพื่อล็อกความชุ่มชื้น
*คำแนะนำสำหรับผิวบอบบางมาก (Buffering Method) สามารถทา Bio Skin Serum รองพื้นบางๆ ทั่วใบหน้าก่อน แล้วจึงแต้มตัวยาสิว เพื่อลดการระคายเคืองสำหรับผิวที่ไวต่อสารเคมี
แผนการดูแลผิวในคืนนี้เมื่อเป็นสิว (Tonight's Recovery Routine)
ไม่ว่าคุณจะมีสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ นี่คือขั้นตอนการดูแลผิวที่อ่อนโยนและถูกต้องตามหลักการแพทย์ที่แนะนำให้ปฏิบัติตามในคืนนี้
การทำความสะอาดผิวหน้าอย่างถูกวิธี (Gentle Cleansing)
ใช้คลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนที่มีค่าความเป็นกรดด่างใกล้เคียงกับผิว (pH 5.5) ปราศจากสารลดแรงตึงผิวที่รุนแรง ปราศจากน้ำหอม และไม่มีเม็ดสครับ ล้างด้วยน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง ไม่ใช้น้ำอุ่นจัด ใช้ปลายนิ้วนวดวนเบาๆ เป็นเวลา 60 วินาที แล้วซับหน้าด้วยผ้าสะอาดอย่างเบามือ ห้ามขัดถู
การจัดการเฉพาะจุดตามประเภทสิว (Targeted Treatment)
หากเป็น สิวอักเสบ ตุ่มแดง หรือมีหนอง ให้แต้มเฉพาะจุดด้วย CM Gel เพื่อระงับการเจริญเติบโตของเชื้อสิวและสมานรอยแผล หากเป็น สิวอุดตัน สิวผด หรือสิวเสี้ยน ให้ทา AD Cream บางๆ บริเวณที่มีการอุดตันเพื่อสลายหัวสิวใต้ผิว โดยเริ่มทาทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก หรือแต้มบางๆ ในช่วงค่ำตามคำแนะนำ
การเติมความชุ่มชื้นและเสริมเกราะป้องกันผิว (Moisturizing & Barrier Recovery)
คนเป็นสิวมักเข้าใจผิดว่างดทามอยส์เจอไรเซอร์ แต่แท้จริงแล้วผิวที่ขาดน้ำจะยิ่งผลิตน้ำมันมาชดเชยและเกิดการระคายเคืองง่าย แนะนำให้ลง Bio Skin Vita B Whitening Serum 2-3 หยด เพื่อเติมความชุ่มชื้นเข้มข้นด้วย Hyaluronate เสริมเกราะป้องกันผิวด้วย Vitamin B3 และปลอบประโลมผิวด้วย Allantoin พร้อมช่วยลดรอยแดงรอยดำสิวโดยไม่อุดตันรูขุมขน
งดการบีบ เค้น แกะ หรือเจาะสิวทุกเม็ดบนใบหน้า, งดการใช้สครับขัดผิว, งดแผ่นลอกสิวเสี้ยน, งดแผ่นมาสก์หน้าที่มีแอลกอฮอล์หรือน้ำหอม และงดผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิวเข้มข้นทับบริเวณที่ผิวเปิดเป็นแผล
แนวทางการรักษาสิวอย่างอ่อนโยนที่ เจยัง คลินิก (Gentle Clinical Protocol)
สำหรับสิวที่เรื้อรัง การดูแลด้วยตนเองอาจใช้เวลานานและมีความเสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็น ทีมแพทย์ เจยัง คลินิก ยึดหลักการรักษาที่ถนอมโครงสร้างผิว เน้นความปลอดภัย และลดโอกาสการเกิดหลุมสิวในระยะยาว
- การตรวจวินิจฉัยและประเมินรอยโรคโดยแพทย์ (Clinical Skin & Lesion Examination) ซักประวัติการใช้สกินแคร์และตรวจประเมินระดับความลึกของสิว ความหนาแน่นของต่อมไขมัน และความสมบูรณ์ของเกราะป้องกันผิว เพื่อจำแนกประเภทสิวและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลอย่างตรงจุด (ไม่มีการใช้เครื่องมือที่ไม่จำเป็น)
- การกดสิวอุดตันด้วยเทคนิคทางการแพทย์แบบปลอดเชื้อ (Aseptic Comedone Extraction) ดำเนินการโดยผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรม กดเฉพาะสิวอุดตันที่หัวเปิดพร้อมออก โดยใช้แรงและทิศทางที่ถูกต้อง ไม่เค้นจนผิวช้ำ และ ไม่มีการกดสิวในจุดที่กำลังอักเสบแดงเด็ดขาด เพื่อป้องกันการเกิดหลุมสิว
- การระงับการอักเสบและการฉายแสงบำบัด (Phototherapy Treatment) ใช้แสงบำบัดความยาวคลื่นเฉพาะทางการแพทย์ เช่น แสงสีฟ้า (Blue Light 415 nm) เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย C. acnes โดยไม่ทำให้ผิวบางลง ควบคู่กับแสงสีแดง (Red Light 633 nm) เพื่อลดบวม ระงับการอักเสบ และกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
- การจ่ายยาตรงจุดและการฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว (Acne Barrier Repair) ใช้ตัวยามาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในขนาดที่เหมาะสมเท่าที่จำเป็น พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลต่อเนื่อง ไม่เลี้ยงไข้ และมุ่งเน้นการสร้างเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงเพื่อไม่ให้สิวกลับมาเป็นซ้ำ
สะดวกเข้ารับบริการตรวจประเมินผิวได้ที่ สาขาอโศก (อาคารไทมส์ สแควร์ ชั้น 3 ติด BTS อโศก) โทร 02-116-4251 หรือ สาขาอ่อนนุช (โครงการอ่อนนุช พลาซ่า ชั้น 2) โทร 02-297-0847
เลือกแนวทางการดูแลและรักษาสิวที่เหมาะกับคุณในขณะนี้
ไม่ว่าคุณจะต้องการชุดยาและเวชสำอางสำหรับดูแลตนเองที่บ้าน หรือต้องการเข้ารับการรักษาเคลียร์สิวอย่างปลอดภัยที่สาขา ทีมแพทย์ เจยัง คลินิก พร้อมดูแลทุกปัญหาผิวอย่างตรงไปตรงมา
ชุดปฐมพยาบาลกู้สิวตรงจุด 3 สเต็ป (899 บาท)
รับ CM Gel + AD Cream + Bio Skin Vita B Whitening Serum จัดส่งถึงบ้าน พร้อมคำแนะนำลำดับการใช้เฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ผ่าน LINE
โปรแกรมตรวจประเมินและเคลียร์สิวมาตรฐานการแพทย์
ตรวจวินิจฉัยประเภทสิวโดยแพทย์ + กดสิวอุดตันปลอดเชื้อ + ฉายแสงบำบัด Phototherapy ดับการอักเสบ รักษาเป็นครั้ง ไม่ผูกมัดคอร์ส ที่สาขาอโศก หรือ สาขาอ่อนนุช
มาตรฐานการประเมินเพื่อความสบายใจของคุณ
- ส่งภาพถ่ายในบริเวณที่มีแสงธรรมชาติ เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินรอยโรคและระดับการอักเสบได้อย่างชัดเจน
- ข้อมูลและภาพถ่ายทั้งหมดได้รับการดูแลตามมาตรฐานความลับทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ทุกการปรึกษาไม่มีการโทรติดตามเพื่อเสนอขายคอร์ส ให้คำแนะนำเฉพาะแนวทางดูแลรักษาที่เหมาะสมตามสภาพผิวจริง
ให้คำปรึกษาและตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมถูกต้อง ใช้ตัวยามาตรฐานผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ทุกเคส
เอกสารและแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)
- American Academy of Dermatology (AAD). "Acne Clinical Guideline and Management." aad.org
- Journal of the American Academy of Dermatology (JAAD). "Pathogenesis, Clinical Manifestations, and Classification of Acne Vulgaris."
- สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (Dermatological Society of Thailand). "แนวทางการดูแลรักษาโรคสิว (Acne Treatment Guideline)."
- World Health Organization (WHO). "International Statistical Classification of Diseases and Related Health Problems 10th Revision (ICD-10) — Diseases of the Skin and Subcutaneous Tissue, Acne (L70)."