HIFU กับ Botox ต่างกันอย่างไร หน้าหย่อนหรือกรามกว้าง ควรเริ่มแบบไหน
HIFU ดูแลผิวที่เริ่มหย่อน โบท็อกซ์กรามดูแลกล้ามเนื้อกราม คนละเรื่องกัน จึงใช้แทนกันไม่ได้
HIFU ส่งพลังงานลงลึกใต้ผิวเพื่อช่วยยกกระชับ ส่วนโบท็อกซ์กรามทำงานที่กล้ามเนื้อบดเคี้ยวเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวและขนาดลดลงชั่วคราว การเลือกวิธีที่เหมาะจึงขึ้นอยู่กับว่าปัญหาของคุณอยู่ที่ผิวหรือกล้ามเนื้อกราม
- ส่งรูปถ่ายในแสงธรรมชาติ เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินเบื้องต้น
- ข้อมูลของคุณเป็นความลับทางการแพทย์
- ทุกการปรึกษาไม่มีการโทรติดตามเพื่อเสนอขายคอร์ส
ความแตกต่างระหว่าง HIFU และ โบท็อกซ์กราม
หน้าช่วงล่างมีทั้งผิวหนังและกล้ามเนื้อกราม จึงต้องดูก่อนว่าที่คุณกังวลเกิดจากส่วนไหน
| หัวข้อ | HIFU ยกกระชับ | โบท็อกซ์กราม |
|---|---|---|
| ทำงานที่ส่วนไหน | ส่งคลื่นเสียงความถี่สูงลงใต้ผิว กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน | ออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อกราม เพื่อคลายกล้ามเนื้อ |
| ใช้แก้เรื่องอะไร | ดูแลผิวที่เริ่มหย่อน | ดูแลกล้ามเนื้อกรามที่หนา |
| เห็นผลเมื่อไร | คนส่วนใหญ่เห็นหน้ายกกระชับขึ้นพอประมาณใน 2 ถึง 6 เดือน ตามข้อมูลของ AAD | งานทบทวนพบกล้ามเนื้อกรามบางลงเฉลี่ย 31% ที่ 3 เดือน |
| อาการหลังทำ | มีรอยแดงและบวมเฉพาะที่ มักหายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง | อาจปวดบริเวณที่ฉีด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว เคี้ยวอาหารลำบาก |
เห็นแบบไหน เริ่มแบบไหน
ลองดูรูปหน้าของคุณในกระจกตาม 4 กลุ่มนี้ เพื่อดูว่าควรเริ่มแบบไหน
- กลุ่ม A ผิวเริ่มหย่อนเป็นหลัก คุณเห็นแก้มช่วงล่างเริ่มคล้อย ร่องแก้มเริ่มชัด หรือกรอบหน้าใต้คางไม่คมชัด เมื่อแพทย์ตรวจดูแล้วพบว่าเป็นเรื่องผิวหย่อน ควรเริ่มด้วยการยกกระชับผิว
- กลุ่ม B หน้ากว้างที่แนวกรามเป็นหลัก คุณเห็นมุมกรามกว้างชัดเจน และแพทย์ตรวจพบว่าเกิดจากมัดกล้ามเนื้อกรามหนาตัว ควรเริ่มด้วยการดูแลกล้ามเนื้อกราม
- กลุ่ม C มีทั้ง 2 เรื่อง คุณเห็นทั้งแก้มหย่อนและมุมกรามกว้าง และแพทย์ตรวจพบว่ามีทั้ง 2 เรื่องร่วมกัน สามารถวางแผนดูแลคู่กันได้
- กลุ่ม D หย่อนมาก ข้อมูลจาก American Academy of Dermatology (AAD) บอกว่าถ้าผิวหย่อนมาก วิธีที่ไม่ผ่าตัดอาจไม่ช่วย และทาง Cleveland Clinic ระบุว่าใช้แทนการผ่าตัดดึงหน้าไม่ได้
การดูในกระจกเป็นเพียงข้อสังเกตเบื้องต้น แพทย์จะเป็นผู้ตรวจยืนยันให้ว่าหน้าของคุณเหมาะกับวิธีใด
ทำคู่กันเมื่อไร
การทำคู่กันเหมาะกับคนที่มีทั้งปัญหาผิวหย่อนและกรามกว้าง โดยทำคู่กันเพราะแก้คนละจุด ไม่ใช่เพราะอย่างหนึ่งทำให้อีกอย่างดีขึ้น
หลักฐานตรงๆ ตอนนี้ยังจำกัด งานวิจัยขนาดเล็กที่มีผู้เข้าร่วม 10 คน ทำที่ลำคอ ร่วมกับโบท็อกซ์และสารไฮยาลูโรนิก (PMC) พบว่ามีทั้งคนที่ดีขึ้น ไม่เปลี่ยนแปลง และแย่ลง ซึ่งข้อมูลนี้จำกัดและไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป นอกจากนี้ ในแหล่งที่เราเปิดตรวจ ยังไม่พบข้อมูลผลข้างเคียงของการทำคู่กันโดยตรง
ด้านลำดับการทำ ฉันทามติผู้เชี่ยวชาญ 15 คน (PubMed) แนะนำว่าถ้าทำวันเดียวกัน ให้ทำคลื่นเสียงก่อนฉีด แต่ไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป ที่เจยัง คลินิก เราทำ Face Lift ก่อนฉีด
อาการหลังทำและความปลอดภัย
หลังทำ HIFU มีผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือรอยแดงเฉพาะที่และอาการบวม ซึ่งมักหายได้เองภายใน 24 ถึง 72 ชั่วโมง อาการที่พบน้อยมีอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราว
ด้านการฉีดกล้ามเนื้อกราม FDA สหรัฐฯ ยังไม่ได้รับรองการฉีดเข้ากล้ามเนื้อกราม และเป็นการใช้นอกข้อบ่งใช้ (PMC) อาการที่พบได้คือปวดบริเวณที่ฉีด หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชั่วคราวทำให้เคี้ยวอาหารลำบากขึ้นในช่วงแรก และที่พบน้อยคือการยิ้มหรือใบหน้าไม่เท่ากันชั่วคราว
งานทบทวนใน (PMC) พบกล้ามเนื้อกรามลดความหนาเฉลี่ย 31% ที่ 3 เดือน และระบุผลทางการรักษาของการฉีดเข้ากล้ามเนื้อราว 3 ถึง 4 เดือน แต่ข้อมูลนี้มาจากการรักษาอาการของกล้ามเนื้อ ไม่ได้วัดความเรียวของหน้าโดยตรง และแต่ละคนไม่เท่ากัน คนส่วนใหญ่เห็นหน้ายกกระชับขึ้นพอประมาณใน 2 ถึง 6 เดือน ตามข้อมูลของ AAD
ทางเลือกที่เจยัง คลินิก
ถ้าผิวหย่อนอย่างเดียวและกรามไม่กว้าง ไม่ต้องฉีด คุณเลือกยกกระชับเพียงอย่างเดียวได้ ดูราคาและรายละเอียด
ถ้าแพทย์ดูแล้วคุณมีทั้ง 2 เรื่อง โปรแกรม Face Lift หน้าช่วงล่าง พร้อมฉีดกรามเรียว และเลเซอร์ฟรี 1 ครั้ง ราคา 9,999 บาท ดูรายละเอียดโปรแกรม
แพทย์จะดูหน้าก่อนว่าเหมาะไหม เพื่อวางแผนดูแลให้ตรงจุด
- ส่งรูปถ่ายในแสงธรรมชาติ เพื่อให้ทีมแพทย์ประเมินเบื้องต้น
- ข้อมูลของคุณเป็นความลับทางการแพทย์
- ทุกการปรึกษาไม่มีการโทรติดตามเพื่อเสนอขายคอร์ส
อยากรู้ว่าชื่อเครื่องที่ค้นมาต่างกันอย่างไร อ่านต่อได้ที่ เครื่องยกกระชับแต่ละชื่อต่างกันอย่างไร
คำถามที่พบบ่อย
HIFU กับ Botox ต่างกันอย่างไร?
HIFU ใช้คลื่นเสียงส่งความร้อนลงลึกเพื่อดูแลผิวที่เริ่มหย่อน ส่วนการฉีดโบท็อกซ์กรามเป็นการคลายกล้ามเนื้อเคี้ยวเพื่อลดขนาดกรามลงชั่วคราว ทั้งสองวิธีทำงานคนละจุดและแก้ปัญหาคนละเรื่อง จึงใช้แทนกันไม่ได้
หน้าใหญ่ ควรทำ HIFU หรือฉีดโบกราม?
ขึ้นอยู่กับว่าหน้าดูใหญ่เพราะอะไร ถ้ากว้างเพราะกล้ามเนื้อกราม โบท็อกซ์กรามตรงจุดกว่า ถ้าผิวและแก้มเริ่มหย่อน การยกกระชับตรงจุดกว่า ถ้ามีทั้ง 2 เรื่อง แพทย์จะช่วยวางแผนให้ ส่งรูปให้ทีมแพทย์ดูก่อนได้
HIFU ทำให้หน้าเรียวแทนโบกรามได้ไหม?
ถ้าหน้ากว้างเพราะกล้ามเนื้อกราม HIFU ไม่ได้ทำงานที่กล้ามเนื้อนั้นโดยตรง แหล่งที่เราเปิดอ่านอธิบาย HIFU ในเรื่องความกระชับของผิว ส่วนการลดความหนาของกล้ามเนื้อกรามมาจากโบท็อกซ์กราม แพทย์จะดูให้ว่าหน้าของคุณกว้างเพราะอะไร
ทำ HIFU กับโบกรามวันเดียวกันได้ไหม?
ทำได้ถ้าแพทย์ประเมินว่าเหมาะ โดยฉันทามติผู้เชี่ยวชาญ 15 คนแนะนำว่าถ้าทำวันเดียวกันให้ทำคลื่นเสียงก่อนฉีด แต่ไม่ใช่ข้อสรุปทั่วไป ที่เจยัง คลินิก เราทำ Face Lift ก่อนฉีด
โบกรามอยู่ได้นานแค่ไหน?
งานทบทวนระบุผลทางการรักษาของการฉีดเข้ากล้ามเนื้อราว 3 ถึง 4 เดือน แต่ข้อมูลนี้มาจากการรักษาอาการของกล้ามเนื้อ ไม่ได้วัดความเรียวของหน้าโดยตรง และแต่ละคนไม่เท่ากัน แพทย์จะบอกแผนนัดดูผลให้
ถ้ากรามไม่กว้าง ต้องฉีดด้วยไหม?
ไม่ต้องฉีด ถ้าคุณมีเฉพาะปัญหาผิวหย่อนคล้อยโดยที่แนวกรามไม่ได้กว้างจากกล้ามเนื้อ คุณเลือกยกกระชับเพียงอย่างเดียวได้ โดยแพทย์จะตรวจดูรูปหน้าจริงก่อนตัดสินใจ
สาขาที่ให้บริการ
เจยัง คลินิก มี 2 สาขาในกรุงเทพฯ คุณเลือกสาขาที่สะดวกเพื่อนัดหมายตรวจประเมินผิวกับแพทย์ได้
- ยกกระชับหน้า สาขาอโศก ติด BTS อโศก อาคารไทม์สแควร์ ชั้น 3
- ยกกระชับหน้า สาขาอ่อนนุช โครงการอ่อนนุช พลาซ่า ชั้น 2
แหล่งอ้างอิง
- American Academy of Dermatology (AAD). Many ways to firm sagging skin
- Cleveland Clinic. Ultrasound skin tightening
- PubMed Central (PMC). High-Intensity Focused Ultrasound Technology PMC13701621
- PubMed Central (PMC). The Role of Botulinum Toxin for Masseter Hypertrophy PMC11860558
- PubMed Central (PMC). Botulinum Toxin Masseter Muscle PMC13031692
- PubMed. Consensus Combined Interventions 27100962
ข้อมูลปรับปรุงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2026 และอยู่ระหว่างรอทีมแพทย์ผิวพรรณและความงาม เจยัง คลินิก ตรวจทาน