ฉีดโบท็อกหน้าเรียว กับ ร้อยไหมหน้าเรียว ทำอะไรดีกว่ากัน ?

ฉีดโบท็อกหน้าเรียว

ปัญหาใหญ่ของใครหลายคน โดยเฉพาะกับสาว ๆ แล้วนั่นก็คือ ปัญหาหน้าบาน กรามโต เพราะเมื่อกรามเราใหญ่ก็จะดูไม่สวยและดูไม่ค่อยดี (แต่บางคนกรามใหญ่แล้วดูสวยก็มีนะ) ทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่ค่อยกล้าออกไปเจอหน้าคนอื่น เก็บตัว สาว ๆ หลายคนจึงอยากมีหน้าเรียวสวยมากกว่าหน้าบาน ซึ่งปัญหาพวกนี้เป็นปัญหาที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดหรือบางคนอาจจะเพิ่งมาเป็นตอนวัยรุ่น และวิธีแก้ปัญหาหน้าบาน กรามโต ก็มีมากมายหลายวิธี แต่วันนี้ J Young Clinic จะมาแนะนำวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมกัน 2 วิธี ก็คือ 1. ฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว 2. ร้อยไหมหน้าเรียว ว่าแต่ละวิธีหน้าแตกต่างกันอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง

โบท็อกซ์หน้าเรียว กับ ร้อยไหมหน้าเรียว แตกต่างกันอย่างไร

โบท็อกซ์ Botox หรือ Botulinum toxin A ซึ่งเป็นสารสกัดจากแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) เชื้อโรคนี้หากได้รับมากเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรืออาหารเป็นพิษ แต่ถ้าได้รับในปริมาณที่น้อย ๆ พอเหมาะ จะช่วยให้กล้ามเนื้อคลายตัว เมื่อฉีดโบท็อกหน้าเรียวไปแล้วจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (Neurotoxin) เมื่อกล้ามเนื้อทำงานช้าลงจะช่วยลดริ้วรอยและลดกรามโตได้

อ่านบทความ โบท็อกซ์คืออะไร

ร้อยไหม คือการใช้ไหมละลายหลายเส้นร้อยเข้าไปในใต้ผิวหนังโดยการใช้เข็มนำเส้นไหมเข้าไป โดยมีจุดยึดบริเวณแก้มส่วนล่างและบริเวณขมับดึงเข้าหากัน ทำให้สามารถดึงแก้มที่ย่อนคล้อยได้ จึงนิยมใช้เพื่อปรับรูปหน้า ยกกระชับหน้า กรอบหน้า เมื่อถึงระยะเวลา 8 เดือน ไหมเหล่านี้ก็จะละลายหายไปเองโดยไม่ติดอยู่ใต้ผิวหนัง

อ่านบทความ ร้อยไหมคืออะไร

2 วิธีนี้แตกต่างกันก็คือ โบท็อกซ์หน้าเรียวจะใช้สารสกัดจากแบคทีเรีย “คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม” (Clostridium botulinum) ฉีดเข้าไปในผิวหนังเพื่อให้เกิดการคลายตัวของกล้ามเนื้อ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2-3 สัปดาห์ จะเห็นผลชัดเจนว่าหน้าเรียวสวยขึ้นและกรามเล็กลงอย่างมาก แต่การร้อยไหมจะใช้ไหมเส้นเล็กที่สามารถละลายได้เองเป็นจำนวนมากร้อยเป็นเครือข่ายมีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างคอลลาเจน ทำให้เซลล์เหล่านั้นสร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม เพื่อดึงกรามให้เล็กลงและลดหน้าบาน โดยเส้นไหมจะอยู่ได้ประมาณ 8 เดือน

ใครที่เหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว และ ร้อยไหมหน้าเรียว

คนที่มีกรามโตจากกล้ามเนื้อเท่านั้นที่สามารถฉีดโบท็อกหน้าเรียวได้ โดยทดสอบได้ด้วยตัวเองก็คือลองกัดฟันแล้วปล่อย แล้วจับที่กรามของตัวเองก็จะรู้ว่าเรามีกล้ามเนื้อใหญ่แค่ไหน แต่ถ้าใครกรามเนื้อไม่เยอะแต่กรามโตเพราะโครงสร้างหน้าอาจต้องใช้วิธี Ulthera หรือ ULTRA V SHAPE FACE PROGRAM

ส่วนการร้อยไหมใช้ได้กับคนที่ผิวหน้าเหี่ยวย่น หย่อยคล้อยเป็นหลัก และถ้าอายุต่ำกว่า 25 ลงมา ไม่เหมาะกับการร้อยไหมสักเท่าไร เพราะอายุที่เหมาะสมสำหรับการร้อยไหมก็คือ 25 – 50 ปี ส่วนอายุ 25 ลงมาเหมาะกับการฉีดโบท็อกซ์มากกว่า

ทุกคนก็ได้รู้แล้วว่าการโบท็อกซ์หน้าเรียวกับการร้อยไหมหน้าเรียวนั้นแตกต่างกันอย่างไร เหมาะสมกับใคร และช่วงอายุที่เหมาะสมคือเท่าไรกันแล้ว ถ้าใครสนใจอยากลดกราม หรือ อยากหน้าเรียวก็สามารถปรึกษา J Young Clinic คลินิกความงาม ใจกลางอโศกได้เลย ทางคลินิกมีผู้เชียวชาญและเจ้าหน้านี้ให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา

แหล่งรวมความรู้เรื่องความงาม คลิกที่นี่

สนใจติดต่อ
Website : www.jyounggroup.com
Facebook : J Young Clinic
Line : @jyoung.clinic
Tel : 02-116-4251

หรือคลิกที่นี่เพื่อสอบถาม/จองคิว

แชร์บทความดี ๆ ให้เพื่อนอ่านกันเถอะ!

Share on facebook
Share
Share on twitter
Share

ติดตามโปรโมชั่นดี ๆ ได้ที่นี่

ติดตามโปรโมชั่นดี ๆ ได้ที่นี่

contact j young clinic เจยัง คลินิก